Sunai Fan Club

Sunai Fan Club
สุนัยแฟนคลับ

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ประชาชนยังคงมีสิทธิและความชอบธรรมที่จะฆ่าเผด็จการทรราชย์

บรรณาธิการแถลง RED POWER ฉบับที่ 36 เดือนพฤษภาคม 2556
 
 
 
การล้อมปราบประชาชน เมษา-พฤษภา 53 มีคนตายนับร้อย มีเจ้าหน้าที่รัฐตายจำนวนหนึ่ง โดยยังสรุปไม่ได้ว่าใครฆ่าเจ้าหน้าที่ ข้อสรุปของอภิสิทธิ์-สุเทพ คือชายชุดดำเป็นคนฆ่าและชายชุดดำคือพวกเดียวกับผู้ชุมนุม ข้อกล่าวหานี้จะจริงหรือไม่ ไม่สำคัญ ที่สำคัญกว่าคือ ประชาชนมีสิทธิและความชอบธรรมที่จะฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐได้เช่นเดียวกับที่ทำกับประชาชน เหตุผลง่ายๆ พื้นๆ ก็คือ ถ้าใครแบกปืนขนอาวุธสงครามมาไล่ฆ่าประชาชนกลางเมือง ถ้าประชาชนจะป้องกันชีวิตตัวเองก็ไม่แปลกอะไร แปลไทยเป็นไทยคือ “ถ้าพวกมึงไม่ฆ่าประชาชนก่อน ใครเขาจะไปทำอะไรพวกมึง” ที่กล่าวมานี้มิได้หมายความว่าจะยอมรับว่าชายชุดดำเป็นคนฆ่าเจ้าหน้าที่และไม่ยอมรับด้วยว่าชายชุดดำคือพวกเดียวกับผู้ชุมนุม เพียงแต่จะบอกว่าในสถานการณ์ที่ประชาชนถูกไล่ฆ่า ถ้าพวกเขาจะเอาตัวรอดด้วยการก่อการจราจลหรือป้องกันตัวจนทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บล้มตายก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้ และสมควรทำอย่างยิ่ง

ตลอดเจ็ดปีมานี้ประชาชนเลือกใช้สันติวิธีเป็นส่วนใหญ่เพื่อมิให้เกิดความสูญเสียแก่ทั้งสองฝ่าย ทั้งที่จริงๆแล้วประชาชนมีสิทธิและความชอบธรรมตั้งแต่ต้นที่จะใช้กำลังความรุนแรง(รวมถึงการฆ่า)เข้าจัดการกับเผด็จการทรราชย์ทั้งหลายที่ปล้นชิงอำนาจสูงสุดของประชาชน และปัจจุบัน ณ เวลานี้ ประชาชนยังคงมีสิทธิและความชอบธรรมที่จะใช้ความรุนแรงจัดการกับเผด็จการทรราชย์ที่ยึดอำนาจเมื่อปี 49 โดยสมบูรณ์ทุกประการ เพราะอำนาจส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในมือเผด็จการปี 49 ยังไม่คืนกลับมาสู่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจตัวจริง ถ้าวันใดมีการใช้กำลังความรุนแรงเข้าจัดการประชาชนอีก ประชาชนก็สามารถใช้สิทธิตอบโต้ด้วยความรุนแรงได้ทันที หรือถ้าเผด็จการยังดื้อด้านไม่ยอมลงจากอำนาจและยังบ่อนทำลายอำนาจประชาชน ยังบ่อนทำลายสถาบันหรือบุคคลที่ประชาชนมอบหมายให้ใช้อำนาจแทนโดยไม่ยอมหยุด ถ้าประชาชนทนไม่ไหวขึ้นมาก็ย่อมสามารถใช้สิทธิตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นเดียวกัน


อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมานี้มิได้ต้องการให้ประชาชนใช้ความรุนแรงทุกกรณีอยู่ร่ำไป เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคงมีคนล้มตายอีกมากมายทั้งสองฝ่าย ซึ่งไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุดคือประชาชนต้องยืนหยัดในแนวทางสันติต่อไป เพียงแต่ต้องยืนยันว่าสิทธิและความชอบธรรมที่จะใช้กำลังความรุนแรงจัดการหรือฆ่าเผด็จการทรราชย์นั้นเป็นของประชาชนเสมอโดยสมบูรณ์ ส่วนประชาชนจะใช้หรือไม่ย่อมเป็นเรื่องของประชาชนแต่ละคนแต่ละกลุ่มต้องตัดสินใจเอาเอง ต้องแบกรับความเสี่ยงเอาเอง

สิทธิและความชอบธรรมนี้คือการยืนยันว่าไม่มีใครสามารถจะเข่นฆ่าประชาชนได้ตามอำเภอใจเหมือนที่ผ่านมาได้อีกต่อไป แม้แต่รัฐก็ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ และจงจำไว้ว่ารัฐไม่ใช่ผู้ที่ผูกขาดการใช้กำลังความรุนแรงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป ประชาชนต่างหากที่ผูกขาดสิทธิและความชอบธรรมในการจัดการกับเผด็จการทราชย์ได้ทุกวิถีทางทั้งด้วยสันติวิธีและความรุนแรง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น