Sunai Fan Club

Sunai Fan Club
สุนัยแฟนคลับ

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

"สมยศ พฤกษาเกษมสุข" เร่งกระแส"นิรโทษกรรม"

คอลัมน์ โครงร่างตำนานคน โดย การ์ตอง มติชน 27 มกราคม 56


การเคลื่อนไหวให้ "นิรโทษกรรม" ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมมีอยู่ตลอดเวลา ด้วยความคิดที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาหรือบางคนถูกตัดสินให้เป็นนักโทษไปแล้วนั้น ไม่ใช่ผู้มีสำนึกอาชญากรรม เป็นเพียงผู้มีความคิดแตกต่างทางการเมือง และเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อความคิดของตัวเอง

ความคิดที่แตกต่างนั้นไม่ควรจะต้องเป็นผู้ถูกกุมขัง

เพราะลึกลงไปในความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ล้วนเกิดจากความหวังดีต่อประเทศชาติ อยากเห็นประโยชน์พัฒนาไปสู่ความดีงามตามความคิดของตัวเอง

ความเคลื่อนไหวนี้ ไม่ได้รับการขานรับมากนัก เพราะผู้มีอำนาจไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองใดตระหนักว่า ความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน

โดยเฉพาะรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เสี่ยงที่จะถูกโจมตีว่าออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" ซึ่งถูกศาลตัดสินให้มีความผิดต้องติดคุก

การถูกโจมตีว่าออกกฎหมายช่วยทักษิณเป็นเรื่องอ่อนไหว เพราะง่ายต่อการถูกใช้เป็นประเด็นปลุกระดมก่อม็อบล้มล้างรัฐบาลได้

ดังนั้น แม้คนบางส่วนในรัฐบาลจะเห็นด้วยกับการคลี่คลายความแตกแยก ซึ่งเป็นวิกฤตของชาติด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทว่าในทางปฏิบัติยากจะตัดสินใจทำ

เนื่องจากเสี่ยงกับการสร้างสถานการณ์รุนแรงขึ้นมาอีกในประเทศ

สิ่งที่รัฐบาลทำได้จึงแค่รับเรื่องไว้และหาทางชลอออกไปก่อน โดยทำความเข้าใจกับมวลชนให้รับรู้ถึงความอ่อนไหว ซึ่งการยื้อเวลาเป็นการแก้ปัญหามาระยะหนึ่ง

ถึงวันนี้ดูเหมือนแรงกดดันต่อรัฐบาลจะแรงขึ้น

หลังศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" หนึ่งในกลุ่มเสื้อแดง
การนัดชุมนุมใหญ่มวลชนเสื้อแดงในวันที่ 29 มกราคมนี้ที่ลานพระรูปทรงม้า ซึ่งก่อนหน้านั้นประเมินว่าแค่ปล่อยให้แสดงออกไป และรับฟังเหมือนที่ผ่านมาคงลดแรงเสียดทานนั้นได้

ทว่ายิ่งนานวัน การแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ โดยเริ่มจากกรณีของ "สมยศ" เริ่มแรงและขยายวงกว้างขึ้น

ความไม่พอใจนั้นขยายมาสู่รัฐบาล ถ้อยคำแบบได้ดิบได้ดีแล้วลืมมวลชนที่เสียสละต่อสู้ ซึ่งก่อนหน้านั้นจะมีผู้พยายามทำความเข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องระมัดระวัง ซึ่งพอจะเข้าใจได้

มาถึงวันนี้ ข้ออ้างถึงความจำเป็นดังกล่าวเริ่มถูกสวนกลับ

"สมยศ พฤกษาเกษมสุข" กำลังเป็นกรณีจุดกระแสให้เกิดแรงกดดันที่หนักขึ้น

ในความเป็นจริง คดีในลักษณะเดียวกันนี้กำลังเข้าสู่วาระที่จะต้องพิพากษาอีกหลายเรื่อง ซึ่งหมายถึงแรงกดดันจะมากขึ้นเรื่อยๆ

น่าสนใจตรงที่รัฐบาลจะรับมือแรงกดดันจากพวกเดียวกันเอง ที่เริ่มน้อยอกน้อยใจนี้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น