Sunai Fan Club

Sunai Fan Club
สุนัยแฟนคลับ

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เช็กรอยร้าว"ปชป." ปม"ซ่อมบ้าน"-ปฏิรูปพรรค





จาก มติชนออนไลน์

หมายเหตุ - แม้ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม จะเห็นชอบการแก้ไขข้อบังคับเพื่อนำไปสู่การปรับโครงสร้างพรรค แต่ภายหลังกลับปรากฏกระแสข่าวกลุ่มที่สนับสนุนผลักดันการปฏิรูปโครงการสร้างพรรค ซึ่งนำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้า ปชป. มีความไม่พอใจแนวทางที่ได้รับความเห็นชอบ โดยเห็นว่าจะไม่สามารถปฏิรูปพรรคได้อย่างแท้จริง และมีปฏิกิริยาถึงขั้นอาจจะแยกตัวออกจากพรรค ทำให้นายอลงกรณ์ต้องแถลงข่าวชี้แจงในประเด็นดังกล่าว


อลงกรณ์ พลบุตร
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)



กระแสข่าวที่ระบุว่าจะลาออกจากพรรคและจะไปตั้งพรรคการเมืองทางเลือกที่สาม ขอปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่มีความเคลื่อนไหวในการลาออกจาก ปชป. ทั้งผม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และกลุ่ม ส.ส.ปฏิรูป และไม่เป็นความจริงในการตั้งพรรคทางเลือกที่สาม แต่ยอมรับว่ามีการติดต่อทาบทามมาจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ขอยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับ ปชป.ในการเดินหน้าปฏิรูปพรรค เพราะบ้านกำลังมีปัญหาต้องการซ่อมแซม ก็จะอยู่ซ่อมบ้านหลังนี้ต่อไป

ในการแถลงข่าวผลประชุมคณะกรรมการผู้บริหารพรรค เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่มีการพิจารณาแนวทางการปรับโครงสร้างพรรคประชาธิปัตย์ อาจเป็นเพราะระยะเวลาที่จำกัด ทำให้ไม่เกิดการอธิบายที่ชัดเจน อยากให้ทำความเข้าใจว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหารได้เห็นชอบการปฏิรูปพรรคแบบองค์รวม และเห็นชอบโครงสร้างพรรคใหม่อย่างเป็นเอกฉันท์ เพื่อให้ ปชป.ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง มีการเปิดกว้างพรรคมากขึ้น ให้สมาชิกพรรคและ ส.ส.เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการสนองเป้าหมายในการชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไป เป็นมติแนวทางปฏิรูปของพรรค ซึ่งมีเพียงพิมพ์เขียวเดียวเท่านั้น และการออกแบบดังกล่าวก็ได้มีความเห็นพ้องต้องกัน เรามีโครงสร้างใหม่ เช่น สมัชชาประชาชน ซึ่งเดิมเป็นกิจกรรมที่จัดเป็นครั้งคราว ต่อจากนี้จะถูกดำเนินการอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเปิดพรรคกว้างขึ้น เชื่อมโยงไปยังกลุ่มสาขาอาชีพ


(ภาพซ้าย) นคร มาฉิม (ภาพขวา) อัศวิน วิภูศิริ

นอกจากนั้น จะมีการจัดการบริหารคณะกรรมการพื้นที่ตามโซน เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 371 เขตเลือกตั้ง เพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่งในภาคอีสาน เหนือ กลาง กทม. และใต้ รวมถึงมีการปรับโครงสร้างสภาที่ปรึกษามีการกำหนดหน้าที่ที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญสาขาสำคัญของประเทศ 15 คน รวมทั้งตัวแทนภาคประชาสังคม และการปรับโครงสร้างของสำนักงานเลขาธิการเป็นสำนักงานของ ปชป. และเริ่มมีการแข่งขันเชิงนโยบายและเชิงคุณภาพมากขึ้น จึงมีสำนักนโยบายสำนักยุทธศาสตร์ สำนักพัฒนาสาขาพรรค เพื่อที่จะสร้างองค์กรของพรรคให้ขับเคลื่อนโดยมีกลไกชัดเจน ทั้งนี้ เป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มีลักษณะจิ๋วแต่แจ๋ว ไม่ใช่การช่วงชิงอำนาจหรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อทำพรรคให้มีศักยภาพในการแข่งขันกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้อย่างสูสี หรือชนะการเลือกตั้ง

ยืนยันว่าทุกคนพร้อมที่จะเสียสละ พร้อมพ้นจากตำแหน่ง เพื่อให้มีการเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาทำงานตามโครงสร้างใหม่ เพราะที่ผ่านมาในพื้นที่เลือกตั้งภาคอีสาน เรามี ส.ส.เพียง 4 ที่นั่ง มีสาขาพรรคเพียง 30 สาขา ส่วนภาคเหนือ เรามีพื้นที่ ส.ส.ที่จะช่วงชิงเพิ่มเติมได้อีก 73 ที่นั่ง แสดงให้เห็นว่าเรายังมีพื้นที่ที่จะขยายสาขาพรรคเข้าไปเผยแพร่อุดมการณ์ นโยบาย และส่งเสริมกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขัน ในการเอาชนะการเลือกตั้งได้ โดยจะไม่เน้นให้พรรคประชาธิปัตย์เกทับนโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทย เพราะจะนำสู่ความวิบัติของประเทศ แต่จะเน้นนโยบายที่มีคุณภาพเป็นทางเลือกให้ประชาชน

กระแสข่าวที่ว่ามีแผนจะออกจากพรรค ขอบอกว่าอยู่พรรคประชาธิปัตย์มา 22 ปี ก็จะอยู่ต่อไป จนกว่าการปฏิรูปพรรคจะสำเร็จ แต่ถ้าพรรคไม่ต้องการ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ที่ผ่านมาได้ต่อสู้กับระบอบทักษิณ จนมีคดีกว่า 20 คดี กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว ส่วนที่มีลูกพรรคบางคนแสดงความไม่พอใจ กล่าวหาผู้ใหญ่คับแคบ ไม่ยอมรับการปฏิรูปพรรคนั้น ถือเป็นความบกพร่องของพรรคที่ไม่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลการประชุมให้สมาชิกพรรคได้รับทราบอย่างชัดเจน ต่อไปก็จะต้องมีการอธิบายกันให้เข้าใจ

ยืนยันได้ว่าตัวเองไม่มีกลุ่ม ทุกคนมีความคิดอิสระ คงไม่สามารถปิดกั้นคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างได้ และไม่ได้ทำตัวเป็นคลื่นใต้น้ำ แต่เป็นคลื่นบนน้ำในพรรค เพราะเป็นผู้เสนอแนวทางปฏิรูปอย่างเปิดเผยมาตลอด ไม่มีเกี่ยวข้องกับการที่จะเปลี่ยนตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ไปเป็นคนอื่น




นคร มาฉิม
ส.ส.พิษณุโลก ปชป.
กรรมการเสนอแนวทางปฏิรูปพรรค


ไม่มีความคิดใดๆ ที่จะย้ายออกจากพรรค ลาออกหรือไปตั้งพรรคทางเลือกที่สาม เพราะต้องเดินหน้าในการปฏิรูปพรรค เมื่อบ้านยังไม่สมบูรณ์ก็ต้องอยู่ซ่อมแซมบ้านของเราให้สมบูรณ์ ทั้งนี้ ไม่มีมาตรการดำเนินการใดๆ สำหรับ ส.ส.ของพรรคที่ไม่เห็นด้วย แต่อยากจะให้ออกมาร่วมเดินหน้าปฏิรูปพรรคอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องเกรงกลัวใคร

นอกจากนี้ จะขอร้องไปยังผู้ใหญ่ในพรรคให้โอกาสในการเดินหน้าปฏิรูปพรรคในครั้งนี้ และต้องเห็นว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่พรรคจะต้องปฏิรูป ซ่อมแซมบ้านของเราให้เป็นสถาบันทางการเมือง เพราะในขณะนี้พรรคของเราไม่เป็นความหวังของประชาชน ดังนั้น จึงขอโอกาสโดยเฉพาะกับผู้ใหญ่ในพรรค ให้โอกาสในการเดินหน้าปฏิรูป และร่วมกันแสวงหาทางออกเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งของประเทศไทย ขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคเอียงมาฟังทางเราบ้าง ไม่ใช่ปฏิเสธ เอาแต่พวกพ้องของตนเองบางคน และเกรงกลัวว่าจะไม่มีอำนาจไม่มีตำแหน่ง เราไม่ต้องการแบบนั้น

เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าจะหาทางออกอย่างไร และร่วมกันเดินหน้าไปด้วยกัน



อัศวิน วิภูศิริ
ส.ส.กทม.ปชป.
ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ปชป.

พรรคไม่ได้มีความแตกแยก ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ประชุมกันเรียบร้อยดีมาก ทุกคนหวังดีกับพรรคทั้งนั้น เพียงแต่เวลาที่มีการเอาไปพูด คนเขาคิดว่าภายในแตกแยก ปชป.เป็นพรรคที่มีเสรีภาพใครจะพูดอะไรก็ได้ และการมีความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดา ผู้ใหญ่ต้องทำความเข้าใจกับตรงนี้ และนายอลงกรณ์ก็เข้าใจ การเสนอแนวทางปฏิรูปต้องฟังกัน มาพูดกัน และทุกอย่างก็จบลงสวยงาม อย่างที่บอกการปรับโครงสร้างพรรคเป็นเพียง 30% เท่านั้น แต่อีก 70% คือวิธีการทำงาน ซึ่งต่อไปนี้รองหัวหน้าพรรคแต่ละคนจะต้องมีบทบาทชัดเจนขึ้น

กรณี ส.ส.ภาคกลางไปกินเลี้ยงกันนั้น เป็นการเลี้ยงให้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ซึ่งเลขาฯ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. หนึ่งในกลุ่มผลักดันการปฏิรูปพรรค) เป็นคนเลี้ยง ไม่ได้มีการประชุมอะไร เป็นการตีความกันไปเอง หรือการที่นายนคร มาฉิม (ส.ส.พิษณุโลก ปชป.) ออกมาพูดว่าผิดหวัง นายนครไม่ได้ผิดหวังที่เนื้อหา เพียงแต่ผิดหวังที่ผู้ใหญ่บางคนเสนอแก้ในบางจุด ต้องยอมรับทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง นายนครเองก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ตรงนี้เป็นความผิดของผมในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ไม่ได้แจ้งนายนคร

แต่เมื่อได้อธิบายไปแล้ว นายนครก็เข้าใจ ขอย้ำว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น